custom audience กลุ่มเป้าหมาย กำหนดเอง ตามความพอใจ ทำได้แบบนี้นี่เอง
custom audience กลุ่มเป้าหมาย กำหนดเอง ตามความพอใจ ทำได้แบบนี้นี่เอง
custom audience กลุ่มเป้าหมาย กำหนดเอง ตามความพอใจ ทำได้แบบนี้นี่เอง
หลังจากที่เราได้เรียนรู้ ทำความรู้จัก กับกลุ่มเป้าหมายหลักของ Facebook หรือ Core Audience ที่ได้กล่าวไปเมื่อวาน
ถ้าสนใจอยากเรียนรู้ ก็เข้าไปอ่านย้อนหลังกันได้นะครับ
เพราะเขียนให้เข้าใจกันแบบง่ายๆ
หากกลุ่มเป้าหมายหลัก หรือ core audience คือสิ่งที่ facebook จัดสรรมาให้ จากพฤติกรรมของคนใช้งาน facebook
กลุ่มเป้าหมายที่เรากำลังพูดถึงตอนนี้ ก็คือ
Custom Audience หรือกลุ่มลูกค้าที่ เราสร้างขึ้นมาเอง จากข้อมูลของลูกค้า
กำหนดเอง อยากทำอะไร ก็จัดไปเอง
ข้อมูลลูกค้า มีอะไรบ้าง ที่เราเอามาทำ Custom Audience ได้?
ข้อมูลที่เรานำมาทำ Custom Audience นั้นมีหลายแบบ ตั้งแต่
– การมีส่วนร่วมกับเพจของเรา
ไม่ว่าคนติตดามเพจของเรา จะทำอะไร จะคลิก จะดู จะกดอะไรก็ตามในเพจของเรา หรือแม้แต่การ inbox มาพูดคุยกับเรา
สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นกิจกรรม ที่ทำให้รู้ว่าเขาชื่นชอบเรา หรือ มี engagement ร่วมกับเรา
หากใครมีกิจกรรมแบบนี้ ถือว่าเขาคือ Warm Market ที่สามารถ เปลี่ยนเป็นลูกค้าได้ไม่ยากแล้วจ้า!!
– อีเมล์ : อีเมล์ลูกค้า
จะดีแค่ไหน ถ้าเราเอาอีเมล์ของลูกค้ามาเป็นทำเป็นกลุ่มเป้าหมาย เพื่อยิงโฆษณาไปหาเขาได้
เพราะเรารู้แล้วว่า เขาชื่นชอบเรา การยื่นข้อเสนอ หรือ ทำให้เขาเห็นเราบ่อยๆ จึงทำให้มีโอกาส จะปิดการขายได้ง่ายขึ้น
เหมือนเพลง “น้ำหยดลงหิน ทุกวันหินมันกร่อน”
เห็นบ่อยๆ เจอบ่อยๆ ถ้าไม่รำคาญกันไปเสียก่อน ก็จะ ซื้อเราเข้าสักวันแน่ๆ
แล้วทำไมอีเมล์ถึง ทำได้ล่ะ?
นั่นเป็นเพราะว่า การสมัครใช้ facebook ทุกคนจะต้องมี อีเมล์ หรือ เบอร์โทร อยู่เสมอ นั่นเอง
ถ้าข้อมูลอีเมล์ลูกค้า ตรงกับ facebook ละก็
เราก็จะได้กลุ่มเป้าหมายจากอีเมล์นั้นมาเลยจ้า!
(ถ้าเป็นเมล์องค์กร ไม่น่าจะทำได้นะ เพราะไม่ค่อยจะเห็นใครเอาเมล์องค์กรมาสมัครเล่น facebook!!)
– เบอร์โทร
เบอร์โทร ก็เป็นหลักการเดียวกับ อีเมล์ครับ ดังนั้นจึงเข้าใจได้ไม่ยาก
– การรับชม video
วิธีนี้ เป็นการไปรวบรวม เอาคนที่เคยดู video ของเรา ซึ่งยังแบ่งไปอีกว่า ดู 3 วินาที 5 วินาที หรือ 10% 20% ของเวลาทั้งหมดออกมาด้วย / คนที่ดู video ของเรานานๆ แสดงว่าเขาชอบ สิ่งที่เรานำเสนอ ดังนั้น จึงถือว่า เป็นการทำกลุ่มเป้าหมายที่แม่นยำมากขึ้น
ลองจินตนาการว่า ถ้าเราทำคลิปไก่ชนขึ้นมา คนที่ดูคลิปไก่ชนนานๆ แสดงว่าเขาต้องชอบมันจริงๆ
ถ้าเราทำโฆษณา ยาชูกำลังไก่ชน หรือ อะไรที่เกี่ยวข้องกับไก่ชน ไปหาคนกลุ่มนี้
เขาย่อมตอบรับสิ่งที่เราส่งไปให้ มากกว่าคนอื่นๆ
เห็นภาพมั้ยครับ?
– คนที่ inbox มาหาเรา
ถ้าเรามีคน inbox มาสักพันคน แล้วเราทำโฆษณาไปหาคนเหล่านี้อีกครั้งได้
เขาก็ย่อมมีโอกาส ที่จะซื้อของๆ เรามากขึ้นกว่าคนอื่นๆ จริงมั้ยครับ
แต่เด็ดกว่านั้น หากเพจของใคร ฟังก์ชันบรอดแคสท์ หรือยิงข้อความไปหาลูกเพจได้ละก็
ทำเลยจ้า!! อันนี้ ตรงๆ เนื้อๆ เน้นๆ
แต่อาจจะรำคาญได้ ถ้าคุณส่งแต่การขายของ
ดังนั้น เขาจึงมักส่งเนื้อหา ดีๆ ทีน่าสนใจไปแทน
ถ้าเป็นเรา มีแต่คนส่งโฆษณามาให้ เราจะยังกดไลค์ กดติดตามเพจนั้นหรือเปล่า?
จริงๆ ยังมีเรื่องของคนดู canvas แต่บ้านเราไม่ค่อยนิยมเท่าไร จึงขอไม่กล่าวไว้ ณ ที่นี้นะครับ
เพราะหลักการจะเหมือนกันหมดเลยจ้า
คนที่เคยเข้าเว็บไซต์ของเรา
– อันนี้ เป็นการสร้างกลุ่มเป้าหมายใน ขั้นสูงขึ้นมา ซึ่งคุณต้องมีเว็บ และต้องใช้งานร่วมกับสิ่งที่เรียกว่า pixel code ด้วย
จำเอาไว้ว่า มันเป็นเหมือนสปาย ที่จะเข้าไปเกาะติด คนที่เข้าเว็บคุณ
เข้ามา 1 คน ก็คือเกาะติดไป
เข้ามาอีก 1 คนก็เกาะติดไป
พอได้เวลาก็ส่งโฆษณาไปหาคนเหล่านั้นได้เลย
เหมือนตอนเราเข้า agoda booking lazada พอออกมา
ก็มีโฆษณาห้องพัก หรือสินค้าที่เราเพิ่งดู ใน facebook!!
และเด็ดสุดๆ เร็วๆนี้ facebook จะให้เราสร้าง custom audience จาก facebook group แล้ว
โดยมีข้อแม้ว่า คุณต้องเป็น admin ของ group นั้นนะ
แต่ ณ ปัจจุบัน ยังไม่มีข้อมูลออกมามากนัก ผมเลยไม่สามารถจะเอาตัวอย่าง หรือ กล่าวได้มากกว่านี้ครับ
(หากทำได้จริงๆ มันจะเจ๋งมากๆ เลยนะครับ รอๆๆๆ เฝ้ารอกันไป May 2019)
พอเราได้กลุ่มเป้าหมายที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมต่างๆ นานๆ ของลูกค้ามาแล้ว หน้าที่ของเราก็คือ
การยิงโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมายนี้
ซึ่งสามารถเลือกได้จาก saved audience ใน Ad Set นะคร้าบ
เขียนมายืดยาวแบบนี้
ถ้าเข้าใจง่าย หรือ ไม่ค่อยเข้าใจ
สามารถ comment กันมาได้นะครับ
และที่สำคัญที่สุด
ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์
แล้วจะมา update เรื่องของกลุ่มเป้าหมายที่สำคัญ นั่นคือ
look a like audience จ้า
แล้วเจอกันครั้งต่อไป นะ 😉
.
Facebook
facebook.com/digitalnook
.
line @digitalnook
.
inbox
https://m.me/digitalnook
.
Youtube
https://www.youtube.com/channel/UCyQ_MC0JA3CYoA1bgkDpFow?sub_confirmation=1
สร้างยอดขายหลักแสน แม้ไม่ต้องเสียเงินค่าแอดแม้แต่บาทเดียว ทำได้แบบนี้นี่เอง
สร้างยอดขายหลักแสน แม้ไม่ต้องเสียเงินค่าแอดแม้แต่บาทเดียว
เปลี่ยนแนวคิด ยิงแอดใหม่ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น
สำหรับคนทำธุรกิจออนไลน์ ไม่ว่าจะด้านใดก็ตาม
ไม่ว่าจะขายของผ่านออนไลน์
สร้างแบรนด์ร้านค้าผ่านออนไลน์
ขายสินค้า digital ผ่านออนไลน์
ทุกวันนี้ เราล้วนแต่นึกถึงการโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ ที่คนใช้อยู่
ไม่ว่าจะเป็นเฟสบุ๊ค ไลน์ adwords
ต่างๆนาๆ ที่ต้องเสียเงิน
ถูกครับ ที่ทำไป คือถูกต้อง ไม่ผิดเลย
เพราะว่าลงทุนไป ก็คือได้ยอดขายกลับมาเสมอ
แต่จะดีกว่ามั้ยครับ หากวันนี้
เราสามารถจะสร้างยอดขายได้ แม้ไม่ต้องจ่ายเงินค่าแอดแม้แต่บาทเดียว
วิธีการไปถึงฝั่งฝันนี้ ไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินความสามารถของคนมีความมุ่งมั่นอย่างเราๆท่านๆ
แนวคิดนี้ ไม่ใช่เรื่องใหม่
แต่เป็นการเปลี่ยนมุมคิดเล็กน้อยครับ
สิ่งนั้นก็คือ การเปลี่ยนลูกค้า จาก cold market ไปเป็น Hot Market
และ การเก็บฐานข้อมูลลูกค้าเอาไว้ให้มากที่สุด
cold Market และ Hot Market คืออะไร?
ไม่เกี่ยวกับตลาดสด กับ ตลาดในห้างที่เปิดแอร์เย็นๆ นะครับ 555
แต่เป็นเรื่องแบ่งประเภทลูกค้า ตามความสนใจ ความมีส่วนร่วมกับสินค้า หรือบริการของเรา
ถ้าเปรียบไป ก็เหมือนเวลามีคนแปลกหน้ามาเจอกันครั้งแรกล่ะครับ
แน่นอน ไม่รู้จักกันมาก่อน ไม่มีข้อมูล ไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง
ความสนใจอยากจะมอง ยังไม่มีด้วยซ้ำ
อันนี้ คือ cold market ครับ
การจะทำให้คนแปลกหน้า สนใจ หรือว่า เข้าใจเราได้ดีกว่าเดิม
ก็คือ ต้องมีท่าที ในการเจรจาพูดคุย หรือ มีมิตรภาพที่ดีให้แก่กัน
ไม่ว่าจะเป็นการ พูดเรื่องเดียวกัน พูดเรื่องที่เข้ากันได้ มีความเกี่ยวเนื่องกัน
งานอดิเรกเหมือนกันมั้ย เรียนสาขาเดียวกันมั้ย ชอบแนวเพลง ชอบออกกำลังกายเหมือนกันมั้ย
ถ้าจริตตรงกัน มันก็ไปกันได้
ก็จะค่อยๆ เปลี่ยน cold market ให้เป็น warm market
ซึ่งแน่นอน เมื่อเป็น Warm Market แล้ว รู้จักกันดีขึ้นแล้ว
โอกาสที่จะนำเสนอ ตัวเองในมุมอื่นๆ ก็จะเริ่มขึ้น
เริ่มเปิดใจรับฟังมากขึ้นกว่าเดิม และเชื่อไปในแนวทางเดียวกัน
พร้อมเปิดรับที่จะทำกิจกรรมอะไรร่วมกันได้
ถ้าไปทำกิจกรรมร่วมกันได้ขนาดนั้น ก็เข้าสู่ขั้นของ Hot Market แล้วครับ
เรียกว่า พร้อมไปเที่ยว ไปกิน ที่ไหนก็ได้
กอดคอกันไป พูดจากันตรงไป ตรงมา มองตาก็รู้ใจแล้ว
อันนั้นคือเรื่องของความสัมพันธ์ จากคนแปลกหน้า จนกลายมาเป็นเพื่อนสนิท
จาก cold market มาเป็น hot market
เห็นภาพมั้ยครับ?
ทีนี้ เรามาพูดถึงเรื่องการทำธุรกิจดีกว่า
cold market ก็หมายถึงวันแรก ที่สินค้าเรา เข้าหูคนซื้อ
เขาจะซื้อเราตั้งแต่วันแรกมั้ยครับ?
น้อยมาก ที่จะซื้อ เพราะไม่รู้จักเลย ความน่าเชื่อถือ ยังเป็นศูนย์
คนที่จะซื้อในขั้นตอนนี้ ได้ อาจจะมาจากราคา หรือ อยากทดสอบ อยากลอง ก็เป็นได้
แล้วเราจะทำให้ cold market เหล่านี้ ชอบเรามากกว่าเดิมได้ยังไง
สิ่งที่เราจะต้องระดมทำ ก็คือ
- สร้าง engagement ที่ดี ต่อเขาครับ
- ทำให้เขาเห็นว่าสินค้าหรือบริการของเรา ดีกับเขาอย่างไร แก้ปัญหาให้เขาอย่างไรขั้นตอนนี้ อย่าไปพูดแต่เรื่องของตัวเองนะครับ นึกถึงลูกค้าให้เยอะๆ ว่าเขาจะได้อะไร ก่อนจะไปเอาอะไรจากเขามา!!
- พอเห็นมากขึ้น เห็นว่า มีประโยชน์กับเขามากพอเขาก็จะหันมาสนใจเรา
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราจะขาย ครีมกันแดด
แทนที่จะเล่าให้เห็นว่ากันแดด ได้ดี มี SPF600++ มากมาย อธิบายไม่หมด
ป้องกัน UV ได้ 38 เท่าจากครีมปกติ
(อะไรของแกวะ)
แต่เราบอกว่า
ใช้ทุกครั้งก่อนออกแดด
หน้าจะเด็กลง ใสตลอดเวลา ใสจนสามีหลง แบบนึกว่าได้เมียใหม่อยู่ตลอดเวลา!
ครีมกันแดด นั้น ก็จะมีคุณค่าสำหรับเธอๆ เหล่านั้นมากพอ จนเหลียวมามองหน่อยซิ
ก็จะเปลี่ยนจาก cold market มาเป็น Warm Market ได้แล้ว
ซึ่ง Warm Market โดนกระตุ้นด้วยสิ่งนี้บ่อยๆ เห็นรีวิว เห็นคนใช้หลายๆคน คนใช้ได้ผล
มีผลลัพธ์ ก็พร้อมกระโจนมาหาเรา ด้วยการ inbox
นี่แหละครับ hot market ที่พร้อมจะซื้อแล้ว
เหลือแต่การปิดการขายของเรา ที่จะทำให้เขาไปต่อมั้ย?
ท้้งหมด นั่นคือ เรื่องของการเปลี่ยน cold market ไปเป็น hot market ครับ
ที่ต้องการให้แยกเป็นเพราะว่า
การสื่อสารไปยังลูกค้าแต่ละประเภท เราจะทำแตกต่างกันเสมอ
คนที่เป็นลูกค้าอยู่แล้ว ไม่ต้องมานั่งฟังอะไรมาก
เขาพร้อมซื้อซ้ำได้อยู่แล้ว เมื่อของหมด
สิ่งที่เขาอยากฟังคือ มีโปรมั้ย มีส่วนลดมั้ย
ไม่ได้ต้องการฟัง ความดีงามของสินค้าเราอีกรอบ
เห็นภาพชัดขึ้นมั้ยครับผม
และตอนนี้ ก็มาถึง step ที่จะบอกให้ฟังถึง การสร้างยอดขายหลักแสน แม้ไม่ต้องเสียค่าแอด แม้แต่บาทเดียว
เป็นไปได้ครับ แต่อาจจะไม่ได้เกิดขึ้นตั้งแต่วันแรกที่เราลงมือทำ
แนวคิดนี้ คือ การที่เราต้องเริ่มสะสมลูก รายชื่อ
หรือเอาง่ายๆ ก็คือ รายชื่อลูกค้า เบอร์โทร อีเมล์ นั่นเอง
ทำอย่างไรก็ได้ ให้มีฐานข้อมูลเหล่านี้ มาไว้มากที่สุด
แล้วก็จัดแบ่งประเภทของกลุ่มคนเหล่านี้ เอาไว้
ลูกค้าใหม่ที่ยังไม่ซื้อตอนนี้
ลูกค้าที่ซื้อแล้ว
ลูกค้าเก่าที่มีการซื้อซ้ำหลายๆครั้ง
วิธีการก็คือ
– การเก็บอีเมล์ เบอร์โทร
เพื่อแลกกับของอะไรบางอย่าง เช่น เป็นร้านเช่าเสื้อกันหนาว ก็แจก แผนที่เที่ยวญี่ปุ่น โดยแลกกับการลงทะเบียนลูกค้า
ร้านขายของสุขภาพ ก็แจก e-book อาหารสุขภาพลด 1 กิโล ใน 30 วัน
– การเก็บลูกค้าเข้า inbox facebook
สามารถเพิ่มคนเข้า inbox ด้วยการแลกเปลี่ยนเหมือนเมื่อกี้ แต่ว่า ให้ comment ใต้โพสต์ แล้วดึงเข้า inbox ด้วยเครื่องมือ growth tools ของ Chatbot ต่างๆ
อย่าง Manychat ที่เคยสอนไปใน Live ก่อนหน้า คลิกไปดูได้เลย
คัดแยกลูกค้าทั้งหมดให้เป็น cold market / warm market / hot market
ถ้าง่ายๆ ก็ไม่ต้องไปคิดอะไรครับ จดเข้าสมุดนี่แหละ แยกด้วยตัวเอง เป็นตารางก็ได้
หรือว่าจะ แยกด้วย excel แบบนั้น ก็เข้าที ทำง่ายๆ คัดแยกได้ดี
ถ้าเป็น Facebook inbox
ก็ใช้การ TAG ลูกค้าครับ ที่สามารถ ทำได้ง่ายๆ อิสระ อยากตั้งไรตั้งเลย ภาษาอะไรก็ได้ ที่เราเข้าใจเป็นพอ
หากเป็น Manychat ก็สามารถจะแยกได้ด้วยระบบ Tag ลูกค้า ทำง่ายครับ ดีมากๆ
เอาล่ะ พอเก็บข้อมูลได้มากพอแล้ว
วิธีการจัดการสร้างยอดขาย แบบไม่ต้องยิงแอดกันล่ะครับ
พอเรามีคนที่ซื้อของ ซื้อบริการของเราแล้ว
หากของเราดีจริง เราก็สามารถติดต่อไปหาลูกค้าได้เลยทันที
มีอีเมล์ ส่งอีเมล์
มีเบอร์โทร โทรไปหาได้
มีไลน์ ไลน์ไปหา
หากเป็น inbox ก็ส่งข้อความไปหาเลยจ้า
แต่ถ้าเพจใครไม่มี เครื่องมือส่งข้อความ ที่เรียกว่า broadcast ที่เป็นภาพโทรโข่ง ก็ต้องไปพึ่ง manychat นี่แหละครับ
เพราะส่งฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายเลย!!
ซึ่งส่งได้ทั้งข้อความ ภาพนิ่ง หรือ video ก็ได้
เจ๋งไปเลย!!
แต่ตอนส่ง พยายามส่ง เนื้อหาที่เขาอยากอ่านนะครับ
อย่าไปส่งโฆษณาอย่างเดียว
เพราะ facebook ไม่ชอบ เดี๋ยวเขาจะ block เรา
ซึ่งการส่งข้อความ ไปหาลูกค้าที่ได้ผล ควรนึกถึงอัตราส่วน การซื้อของลูกค้าด้วยนะ
เช่น 100 คนส่งไปหา จะมีเปิดอ่าน คลิกอ่าน แล้วซื้อ กี่ %
อาจจะ 5-10 % ที่ซื้อ ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว
เพราะว่าเราไม่ต้องเสียเงินค่าแอด
แล้วถ้ารายชื่อมี 1,000 คน 10,000 คนล่ะ
จะมีคนซื้อเท่าไร?
แน่นอนครับว่า ไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยาก
และก็ไม่ได้บอกว่า การจะสะสมข้อมูลลูกค้าเป็นจำนวนมากๆ ไม่ใช้เงิน
ทุกอย่างใช้เงินครับ
แต่การที่เราเปลี่ยนมุมคิด การยิงแอดให้เป็นแบบนี้
จะทำให้ระยะยาว เรามียอดขายด้วยการไม่ยิงแอดได้
อย่างแน่นอน
ใครอยากฟังแบบคลิป ก็จัดเลยจ้า ณ จุดนี้!!
กดติดตาม เพื่อเอาสาระไปทำจริงกันได้ในช่องทางนี้จ้า
Facebook
facebookcom/digitalnook
line @digitalnook
inbox
https://mme/digitalnook
youtube
https://wwwyoutubecom/channel/UCyQ_MC0JA3CYoA1bgkDpFow?sub_confirmation=1